การดูแลหลังจัดฟันเด็กต้องทำอะไรบ้าง? พวกเขาอาจประสบปัญหาเศษอาหารเข้าไปติดในอุปกรณ์จัดฟัน ดังนั้นเด็กๆ ต้องทำความสะอาดฟันอย่างระมัดระวัง แปรงฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน ไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท เช่น ป๊อปคอร์น ลูกอมที่แข็งหรือเหนียว และหมากฝรั่ง เพราะอาหารเหล่านี้จะสร้างความเสียหายแก่เหล็กดัดฟันได้ น้ำอัดลมและน้ำผลไม้ก็ควรหลีกเลี่ยงด้วย เนื่องจากทำให้ฟันเสื่อมสภาพได้เร็วยิ่งขึ้น สำหรับเด็กๆ ที่ใส่ Aligner ควรถอดอุปกรณ์ก่อนกินอาหารทุกครั้ง

หลังจากที่ทันตแพทย์ปรับความแน่นของลวดเหล็กดัดฟัน เด็กๆ จะรู้สึกปวดฟันช่วงหนึ่ง ให้พวกเขากินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ และถ้าเหล็กดัดฟันหลวม หรือลวดทิ่มผนังช่องปาก คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาไปพบทันตแพทย์ คุณหมอจะให้เด็กๆ ใช้ขี้ผึ้งเคลือบบริเวณของเหล็กดัดฟันที่จะสร้างบาดแผลในช่องปากได้

ระวัง! การจัดฟันแฟชั่น

การจัดฟันโดยทันตแพทย์มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เด็กหรือวัยรุ่นหลายคนจึงเลือกใช้วัสดุจัดฟันที่ทำขึ้นมาเลียนแบบซึ่งอาจหาซื้อได้จากร้านค้าออนไลน์ ตลาดนัด หรือคลินิกจัดฟันแฟชั่นที่ผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ให้บริการจัดฟันแฟชั่นมักเป็นผู้ที่ไม่มีความรู้ทางทันตกรรม และอุปกรณ์หรือวัสดุจัดฟันที่ใช้ก็อาจไม่สะอาด ไม่มีคุณภาพ หรือไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากตามมา เช่น แพ้วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เพราะปนเปื้อนสารเคมี เกิดการอักเสบและติดเชื้อเพราะอุปกรณ์ไม่สะอาดและไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ เหงือกเสียหายเพราะอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจบาดหรือกดกระพุ้งแก้มและเหงือกจนเกิดเป็นแผลหรือแผลเรื้อรัง ขั้นหนักสุดคือฟันเสียหาย เพราะการปรับแต่งลวดภายในช่องปากโดยผู้ที่ไม่มีความรู้อาจทำให้เกิดแรงกดที่ตัวฟันมากเกินไปจนทำให้ปวดฟันมาก ฟันเคลื่อนผิดตำแหน่ง ฟันตายจนเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ หรืออาจรุนแรงถึงขั้นรากฟันละลายและต้องถอนฟันซี่นั้นออกไป

คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นสอดส่องลูกหลานให้ดี อย่าให้เขาไปซื้อหาอุปกรณ์จัดฟันตามแฟชั่นมาใส่เองอย่างเด็ดขาด พาเขาไปพบทันตแพทย์โดยตรงเพื่อวินิจฉัยถึงปัญหาที่ลูกอาจจะมี หากมีปัญหาเรื่องการสบฟันจริงก็จะได้รักษาอย่างถูกต้องกับทันตแพทย์